อบก. - กฟผ. - พันธมิตร เปิดตัวต้นแบบ Premium T-VER ภาคป่าไม้ ตามมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย

19 กันยายน 2566 16.47 น.
อ่าน 2,570 ครั้ง
 

อบก. ชูสภาพป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา จ.ลำปาง ภายใต้โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เป็นต้นแบบ Premium T-VER ภาคป่าไม้ ตามมาตรฐานคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ระดับสากลแห่งแรกของประเทศไทย ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าไม้  

 

วันนี้ (19 กันยายน 2566) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมป่าไม้ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมจัดงานสัมมนาเผยแพร่แนวทางการพัฒนาโครงการ T-VER มาตรฐานขั้นสูง (Premium T-VER) พร้อมเปิดตัวพื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา จ.ลำปาง ภายใต้โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เป็นต้นแบบ Premium T-VER ภาคป่าไม้ ที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนได้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ ผู้อำนวยการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต นายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. และ ผศ.ดร.สาพิศ ดิลกสัมพันธ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะวนศาสตร์ มก. ร่วมสัมมนา ณ ห้องอบรม CAA อบก. กรุงเทพฯ 

 

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ตลาดคาร์บอนมีความสำคัญในฐานะกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรม ซึ่งจะช่วยชะลอและลดปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ หน่วยงานนานาชาติหลายแห่งรวมถึงภาครัฐจึงเริ่มกำหนดหลักการ และมีทิศทางความต้องการคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส อบก. จึงร่วมมือกับ กฟผ. กรมป่าไม้ และ มก. จัดโครงการ “การพัฒนาต้นแบบโครงการ Premium T-VER ประเภทป่าไม้” โดยเลือกพื้นที่การดำเนินงานภายใต้โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. ในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา จ.ลำปาง เพื่อทดสอบระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจประเภทป่าไม้ เครื่องมือการคำนวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลที่ได้รับไปปรับปรุงสำหรับใช้เป็นแนวทางในการขยายผลต่อไป  

 

ด้านนายชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมดำเนินโครงการ T-VER ตั้งแต่ปี 2557 ผ่านโครงการพัฒนาพลังงานทดแทนและมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในพื้นที่โรงไฟฟ้าและกิจการของ กฟผ. จำนวน 10 โครงการ นับคาร์บอนเครดิตได้ 410,746 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ ยังดำเนินภารกิจองค์กรเพื่อมุ่งสู่ EGAT Carbon Neutrality ภายในปี พ.ศ. 2593 และ Thailand Carbon Neutrality ตามกรอบแผนพลังงานชาติ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 1 ล้านไร่ ภายในระยะเวลาปี พ.ศ. 2574 ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการปลูกป่าไปแล้วกว่า 1 แสนไร่ ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และเพื่อให้เกิดต้นแบบการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ กฟผ. จึงยื่นขอขึ้นทะเบียนยกระดับมาตรฐาน T-VER  ให้เป็น Premium T-VER ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ระดับสากลแห่งแรกของประเทศไทย โดยดำเนินการร่วมกับพันธมิตร เลือกพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบโครงการ Premium T-VER แห่งแรกของประเทศ 

 

 

สำหรับโครงการ T-VER เป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ รวมถึงการปลูกต้นไม้และการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะเลือกพื้นที่สำหรับการปลูกกล้าไม้ที่มีวงปี ซึ่ง อบก. จะพิจารณาขึ้นทะเบียนและรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้เป็น “คาร์บอนเครดิต” ใช้รายงานการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กรได้ ด้านโครงการ Premium T-VER จะมีความพิเศษขึ้น เนื่องจากให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ การประเมินความเสี่ยงต่อการสูญเสียคาร์บอนจากความไม่ถาวรของโครงการ อาทิ การบริหารโครงการ การเกิดไฟไหม้ป่า แมลง หรืออุบัติภัยต่าง ๆ รวมถึงการขยายตลาดคาร์บอนเครดิตจากในประเทศสู่ต่างประเทศ ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. ที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่น โดย กฟผ. ได้จ้างงานชาวบ้านในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมปลูกและดูแลบำรุงรักษาป่าตลอดระยะเวลา 10 ปี เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้มั่นใจว่าต้นไม้ที่ปลูกจะอยู่รอดและเติบโตเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และเลี้ยงชาวบ้านในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน 

 

ปัจจุบันมีองค์กรยื่นแจ้งความประสงค์ในการพัฒนาโครงการ Premium T-VER อีก 14 โครงการ โดยโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมของ กฟผ. เป็นโครงการแรกที่ผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม การตรวจสอบค่าฐาน (Baseline) และการตรวจสอบความใช้ได้ของโครงการ พร้อมต่อการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการ Premium T-VER แห่งแรกของประเทศไทย 

- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • "PTTGC" รวมพลังผลักดันไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ในงาน GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING
    18 ต.ค. 2567 12.13 น.
  • ออมสิน ตั้งเป้าสร้าง Social Impact ปีละมากกว่า 15,000 ล้านบาท เริ่มปี 67
    18 ต.ค. 2567 11.32 น.
  • โรงไฟฟ้า "บีแอลซีพี" จุดประกายอนาคตผู้นำรุ่นใหม่ ปั้นเด็กระยองสู่เส้นทางสายปกครอง
    17 ต.ค. 2567 23.01 น.
  • “พีระพันธุ์” ชี้ภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมมือรัฐ ปรับตัวรับแผนพลังงานใหม่พร้อมเทรนด์โลกที่มุ่งลดคาร์บอน
    17 ต.ค. 2567 22.58 น.
  • ส.อ.ท. - ก.พลังงาน จัดงาน Energy Symposium 2024 สู่การเปลี่ยนผ่าน “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ผลักดันการปรับตัวภาคอุตฯ
    17 ต.ค. 2567 22.45 น.

Most Viewed

  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.
  • 3 การไฟฟ้าจัดใหญ่ ครั้งแรกของโชว์สุดยอดนวัตกรรม ตอบโจทย์ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า
    12 มิ.ย. 2566 17.47 น.