กบน. เคาะลดราคาน้ำมัน! ดีเซล B7 ลง 1 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91-95 ลด 50 สตางค์ มีผล 29 ต.ค.นี้
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 ลดลง 1 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลง 50 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สะท้อนผลจากการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง มุ่งสร้างความเป็นธรรมและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
ดีเซลลด 1 บาท แก๊สโซฮอล์ลด 50 สตางค์
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 กบน. มีมติเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยลดอัตราชดเชยน้ำมันดีเซล B7 ลง 0.38 บาทต่อลิตร เหลือ 2.93 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 42.54 บาทต่อลิตร
ส่วนแก๊สโซฮอล์ E10-95 ปรับลดอัตราชดเชยลง 0.16 บาทต่อลิตร เหลือ 1.61 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร เหลือ 41.54 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E10-91 ปรับลดอัตราชดเชยในอัตราเดียวกัน ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร เหลือ 41.17 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569
ปรับสูตรราคาใหม่ ตัดต้นทุนที่ไม่เกิดขึ้นจริง
การปรับลดราคาครั้งนี้เป็นผลจากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ปรับหลักเกณฑ์การคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยยกเลิกการนำค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Freight, Insurance, Loss) มาคำนวณตามสมมติฐานเดิมที่อ้างอิงการขนส่งน้ำมันทางเรือจากสิงคโปร์ ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่ผลิตจากโรงกลั่นภายในประเทศ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้โครงสร้างราคาสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้น้ำมัน นอกจากนี้ ยังปรับลดสัดส่วนค่าสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง
ตลาดโลกผันผวน กองทุนน้ำมันยังรับภาระวันละ 253 ล้านบาท
แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 171 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 139 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังต้องรับภาระชดเชยประมาณวันละ 253 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กบน. ยังคงตรึงราคาขายปลีกน้ำมันประเภทอื่นไว้ตามเดิม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่ยังมีความไม่แน่นอน
มุ่งสร้างโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรมและยั่งยืน
การบูรณาการมาตรการของกระทรวงพลังงาน ทั้งการปรับหลักเกณฑ์โครงสร้างราคาน้ำมันตามมติ กบง. และการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีเป้าหมายเพื่อให้ราคาพลังงานที่ประชาชนจ่ายสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ควบคู่กับการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ
หัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือการสร้างระบบราคาพลังงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยประชาชนไม่ควรต้องแบกรับต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง พร้อมวางรากฐานการบริหารจัดการราคาพลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว