ขณะเดียวกัน ปตท. ยังได้รับการส่งต่อวิสัยทัศน์จากผู้นำองค์กรในแต่ละยุคสมัย ซึ่งร่วมกันนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านความท้าทายจากรุ่นสู่รุ่น โดยความทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงานถือเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ ปตท. เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม แม้ในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่ ปตท. ยังคงพร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“4 อดีต 4 อนาคต” สะท้อนเส้นทาง ปตท. ตลอด 48 ปี
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” แบ่งเรื่องราวออกเป็น “4 อดีต 4 อนาคต” เพื่อแสดงความขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน ปตท. ตลอดระยะเวลา 48 ปีที่ผ่านมา
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ปตท. มีบทบาทตั้งแต่การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ตลอดจนธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมไทย
สำหรับ “4 รากฐานที่มั่นคง” ปตท. ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เริ่มตั้งแต่ยุค “โชติช่วงชัชวาล” ที่มีบทบาทสำรวจ พัฒนา และนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างครบวงจรจากบทบาทผู้ผลิต จัดหา และส่งมอบพลังงาน ปตท. ยังพัฒนาธุรกิจให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย ผ่านการสร้างประสบการณ์การเดินทาง จนสถานีบริการน้ำมันกลายเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงสุขภาพของคนไทย
เคียงข้างสังคมไทย สร้างเศรษฐกิจให้เติบโต
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการ “เคียงข้างสังคมไทย” ในทุกสถานการณ์ ทั้งการดำเนินโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอยู่เคียงข้างคนไทยในช่วงวิกฤติ ผ่านการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน ตลอดจนการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ
ขณะเดียวกัน ปตท. ยังมีส่วนร่วมในการ “สร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต” โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้ ปตท. มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และกลายเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่ช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมมีส่วนในการพัฒนาตลาดทุนไทยและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2544–2568 กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้คืนสู่ภาครัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมกว่า 1.38 ล้านล้านบาท
4 อนาคต มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
จากรากฐานในอดีตจนถึงปัจจุบัน ปตท. ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศผ่านกลยุทธ์ที่บูรณาการความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ สู่ “อนาคตที่ยั่งยืน” ใน 4 ด้าน
ด้านแรก ปตท. มุ่งเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน” ตามหลัก Energy Trilemma ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ยั่งยืน และการเข้าถึงพลังงาน ด้วยการปรับพอร์ตโฟลิโอทางธุรกิจ โดยมุ่งสู่การเป็น Global LNG Player เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ปตท. มุ่งเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS การใช้ประโยชน์จาก Hydrogen และการปลูกป่า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
ด้านที่สอง คือการยกระดับศักยภาพสู่การเป็น “องค์กรแชมเปี้ยนของไทย” ที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศและองค์กรพันธมิตรไทยให้เติบโตสู่ระดับสากล ผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงธุรกิจต่างประเทศอย่างครบวงจร โดยมีเครือข่ายสำนักงานการค้าระหว่างประเทศทั่วโลก จนได้รับความเชื่อมั่นในฐานะองค์กรที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ
ด้านที่สาม ปตท. ยังคงมุ่ง “สร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยศักยภาพกลุ่ม ปตท.” ผ่านการพัฒนาชุมชนและสังคมด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสในรูปแบบ Social Enterprise และ
ด้านที่สี่ คือการ “บูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI และนวัตกรรมใหม่ ๆ ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ปตท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้นและผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง สามารถรักษา Credit Rating ของกลุ่ม ปตท. และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้น
ฝ่าวิกฤติพิสูจน์ศักยภาพ รักษาความมั่นคงพลังงานไทย
ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ความแข็งแกร่งของ ปตท. ได้รับการพิสูจน์จากการรับมือกับความท้าทายในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤติจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่ง ปตท. สามารถรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ พร้อมจัดหาพลังงานให้คนไทยมีใช้อย่างต่อเนื่องและไม่ขาดแคลน
“จากรากฐานที่มั่นคงตลอด 48 ปี ปตท. พร้อมก้าวต่อไปด้วยศักยภาพขององค์กรและกลุ่มพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม และเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก”