อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากตลาดส่งออกที่ชะลอตัว โดยมียอดผลิตรถยนต์รวม 114,214 คัน ลดลง 17.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของไทย ส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกลดลงถึง 36.20% ขณะที่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศกลับเพิ่มขึ้น 12.78% จนเป็นครั้งแรกที่สัดส่วนการผลิตเพื่อขายในประเทศสูงกว่าการผลิตเพื่อส่งออก
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมการผลิตรถยนต์จะลดลง แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) ผลิตได้ 6,185 คัน ลดลงเพียง 3.53% ขณะที่รถกระบะไฟฟ้าผลิตได้ 295 คัน เพิ่มขึ้นถึง 619.51% สะท้อนการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย
ด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและรถ SUV ไฟฟ้าที่ขยายตัวตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงการกลับมาผลิตของผู้ประกอบการบางรายหลังย้ายฐานการผลิตแล้วเสร็จ
สำหรับรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) มียอดขาย 18,034 คัน เพิ่มขึ้น 61.19% ขณะที่รถกระบะไฟฟ้ามียอดขาย 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72% สะท้อนว่าความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจภายในประเทศยังเผชิญข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
ในส่วนของการส่งออก เดือนพฤษภาคม 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 59,434 คัน ลดลง 26.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีทิศทางสดใส โดยส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,410 คัน เพิ่มขึ้น 100% และส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 44 คัน เพิ่มขึ้น 100%
ขณะที่ยอดการผลิตสะสมช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 587,759 คัน ลดลงเพียง 1.13% ส่วนยอดขายรถยนต์ในประเทศสะสมอยู่ที่ 288,242 คัน เพิ่มขึ้น 14.10% จากปีก่อน โดยรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) มียอดขายสะสม 82,143 คัน เพิ่มขึ้นถึง 83.27%
ด้านการผลิตรถจักรยานยนต์ในเดือนพฤษภาคมมีจำนวน 230,691 คัน เพิ่มขึ้น 9.67% ขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศอยู่ที่ 169,724 คัน เพิ่มขึ้น 3.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส.อ.ท. ประเมินว่า แม้การส่งออกยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสงครามการค้า แต่การลงทุนที่เพิ่มขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย