ในโลกที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้กระทบแค่ธรรมชาติ แต่ส่งผลไปถึงเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ทั่วโลก แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) จึงเป็นกรอบแนวคิดสำคัญที่ถูกผลักดันในเวทีโลก เพื่อรับมือโรคอุบัติใหม่ มลภาวะ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นสิ่งนี้สะท้อนชัดว่า One Health ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังเป็น “วาระใหญ่ใกล้ตัว” ที่คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้และเข้าใจ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติจึงร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการ “ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน” (Power Green Camp) ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “One Health: The Science of Survival – อยู่ดี มีภูมิ” เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569

นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เป็นความท้าทายที่เราทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่จะต้องรับมือไปอีกยาวนาน บ้านปูจึงเชื่อว่า สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาระยะยาว ต้องเริ่มจาก ‘การพัฒนาคน’ เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีทั้งความรู้ วิธีคิด และทักษะในการรับมือกับโลกที่ซับซ้อนขึ้น พวกเขาคือผู้ที่จะต้องตัดสินใจ แก้ปัญหา และดูแลโลกในวันข้างหน้า เราจึงต้องช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เขาเข้าใจความเสี่ยงรอบตัว รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และพร้อมเรียนรู้และลงมือปฏิบัติผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง” ค่ายเพาเวอร์กรีนในปีนี้ จึงออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้เยาวชนเข้าใจความเ ชื่อมโยงของโลกอย่างเป็นระบบและสามารถใช้วิทยาศาสตร์และข้อมูลวิเคราะห์ปัญหาลงมือออกแบบแนวทางแก้ไข รวมทั้งสร้างทั้ง “ภูมิความรู้” และ “ภูมิคุ้มกัน” ให้กับเยาวชน ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ 5Cs (5C Learning Journey) ได้แก่
● Connect – Connect the dots:
ทำความเข้าใจแนวคิด One Health และความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ของปัญหาในโลกปัจจุบัน
● Confront – Confront the Crisis:
เรียนรู้และเผชิญกับสถานการณ์จริงของโลก ผ่านประเด็นสำคัญ เช่น โรคอุบัติใหม่และโรคติดต่อข้ามสายพันธุ์ การลดความเสี่ยงโรคระบาดและการสร้างเกราะป้องกันโรคในชุมชน ความปลอดภัยทางอาหาร น้ำ และดิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการเมื่อเกิดภัยพิบัติ
● Crack – Crack the Clue:
ฝึกใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และข้อมูล เช่น การตรวจวัดคุณภาพอากาศ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำและดิน การเรียนรู้ระบบเฝ้าระวังโรค และการใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ
● Create – Create the Cure:
บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขผ่านการฝึกปฏิบัติและการทำโครงงานกลุ่มวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
● Communicate – Communicate for Change:
พัฒนาทักษะการสื่อสาร และการเล่าเรื่อง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม ในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์ (Content Creator) และสามารถนำความรู้ไปขยายผลในโรงเรียน ชุมชน และสังคม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน ครั้งที่ 21 กล่าวว่า “ความท้าทายของโลกในอนาคต ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยความรู้เพียงสาขาเดียว แต่เป็นปัญหาที่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจความเชื่อมโยงของโลกทั้งระบบในมุมของการศึกษา สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ แต่คือการสร้างวิธีคิด ให้เยาวชนเข้าใจความเสี่ยงของโลก เข้าใจความเชื่อมโยงของปัญหาและสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้ค่ายเพาเวอร์กรีนจึงไม่ได้มุ่งเพียงให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แต่ต้องการพัฒนาเยาวชนให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และวิธีคิดแบบบูรณาการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคต”

น้องใจดี นางสาวกมลชนก น้อยแน่ง จากโรงเรียนวิทยาศาตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนเยาวชนค่ายเพาเวอร์กรีน รุ่นที่ 21 กล่าวว่า “ค่ายเพาเวอร์กรีนทำให้ได้เรียนรู้มากกว่าที่คิด เราไม่ได้เรียนแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ได้เรียนทั้งเรื่องสุขภาพ วิทยาศาสตร์ การใช้ข้อมูล และการสื่อสาร ทำให้เห็นว่าปัญหาต่าง ๆ เชื่อมโยงกันหมด และที่สำคัญคือ เราได้ลงมือทำจริง พอได้เห็นรุ่นพี่หลายคนที่เคยเข้าค่ายฯ แล้วกลับไปทำโครงการในโรงเรียนและชุมชน ก็ยิ่งทำให้อยากนำความรู้จากค่ายฯ ไปต่อยอดในโรงเรียนหรือชุมชนของตัวเอง”

“บ้านปูมองว่าบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ แต่คือการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคนตามแนวคิดการดำเนินงานความรับผิดชอบต่อสังคมของบ้านปู “เสริมศักยภาพ สร้างพลังแห่งอนาคต (Embracing Potential, Energizing People)” เพราะคนคือกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคตของสังคม เราจึงมุ่งสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ค่ายเพาเวอร์กรีนจึงไม่ใช่เพียงค่ายเยาวชน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “ต้นน้ำของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ” เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ มีทักษะ และมีจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต” นายรัฐพล กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวสารและข้อมูลต่าง ๆ ของ “ค่ายเพาเวอร์กรีน” ได้ที่เฟซบุ๊ก : www.facebook.com/powergreencamp
เว็บไซต์ : www.powergreencamp.cนท