บางจากฯ รับประกาศนียบัตร คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ 5 ผลิตภัณฑ์ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง

31 ตุลาคม 2566 16.36 น.
อ่าน 2,461 ครั้ง
 
บางจากฯ รับประกาศนียบัตร คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์
5 ผลิตภัณฑ์ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง
มีค่าการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทย
 
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับมอบประกาศนียบัตร คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. น้ำมันเตา (Fuel Oil) 2. ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas (LPG)) 3. น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (High Speed Diesel) 4. น้ำมันแก๊สโซลีนพื้นฐาน (Gasoline based) 5. น้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเครื่องบิน (Illuminating or Industrial Kerosene (IK)) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
 
โดยนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint) และ ดร.เอนกประชา แก้วมณี ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจโรงกลั่น บมจ.บางจากฯ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบ
 
เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์เป็นการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ใช้หลักการประเมินผลกระทบตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน และการกำจัดซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน เป็นการแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาปริมาณเท่าไหร่
 
ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้า ให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกด้วย เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ของ บางจากฯ มีค่าการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทยที่ประเมินโดย Open Government Data of Thailand หรือ ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ และต่ำกว่าค่า Benchmark ของโรงกลั่นทั้งในและนอกประเทศ
 
การขึ้นทะเบียนเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของความมุ่งมั่นของ บางจากฯ ในการให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานตามแผนงาน BCP316NET พื่อนำไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ในปี ค.ศ. 2050
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • EGCO Group เพิ่มถือหุ้น “Linden Cogen” เป็น 50% รุกตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ รับกระแส Data Center - AI
    19 ต.ค. 2569 09.19 น.
  • GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ล้านบาท เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ล้านบาท ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
    16 ต.ค. 2569 17.51 น.
  • กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
    15 ต.ค. 2569 15.56 น.
  • IRPC ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลสำหรับเม็ดพลาสติก POLIMAXX รองรับการส่งออกสู่ตลาดอินโดนีเซีย
    15 ต.ค. 2569 15.50 น.
  • โอกาสลงทุน ‘หุ้นกู้’ และ ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ GULF เสนอขายประชาชนทั่วไป 4 ชุด อายุ 4 – 10 ปี
    15 ต.ค. 2569 13.48 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.