CPAC Green Solution ผนึกภาครัฐ-เอกชน กระตุ้นอุตสาหกรรมก่อสร้างทุกภาคส่วนมุ่งสู่ NET ZERO

20 มีนาคม 2566 18.14 น.
อ่าน 1,938 ครั้ง

 

CPAC Green Solution จัดงาน Thailand: The New Chapter of Green Construction Forum 2023 รวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน ณ อาคารอเนกประสงค์ เอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลักดันภาคการก่อสร้างของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด ให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศและระดับโลก

 

 

โดย นายชนะ ภูมี Vice President Sustainability SCG กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมเผยว่า SCG ตั้งเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 สำหรับธุรกิจซีเมนต์ได้ใช้แนวทาง ในการลดก๊าซเรือนกระจกตาม 7 Levers ใน Thailand Net Zero Cement & Concrete Roadmap 2050 ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Global Cement & Concrete Association (GCCA) ซึ่งหนึ่งใน Lever สำคัญที่จะลดก๊าซเรือนกระจก คือ Efficiency in Design and Construction โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของการก่อสร้างผ่านการออกแบบ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ เป็นต้น

“SCG มองเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เป็นเรื่องระยะยาว และไม่ใช่แค่ SCG ที่ทำแต่เราพยายามพา Stakeholders และร่วมมือกับทุกภาคส่วนมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันตามแนวทาง ESG 4 Plus ได้แก่ 1.มุ่ง Net Zero  2.Go Green 3.Lean เหลื่อมล้ำ และ 4.ย้ำร่วมมือ” นายชนะ กล่าว

 

 

ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเปิดงานว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เนื่องจากอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 105 ล้านตัน หรือ 28% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทยในปี 2562 (2019) ในขณะที่อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยอยู่ที่ 39% หากอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ การที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นสังคมคาร์บอนต่ำก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ (Climate change) เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยตั้งเป้าไม่ให้อากาศสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากเป้าหมายเดิมอยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส 

“งานวันนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่เน้นย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2593 (2050) ได้สำเร็จ และคงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้เท่าเทียมหรือนำหน้าประเทศอื่น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงให้ประเทศเรา” ดร.พิรุณ กล่าว

 

 

ดร.แอนดรูว์ มินสัน Concrete and Sustainable Construction Director จาก Global Cement and Concrete Association (GCCA) กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตที่ได้จัดทำ Net Zero Roadmap สำเร็จเป็นประเทศแรกของโลก พร้อมทั้งได้นำเสนอรายละเอียดแนวทางการลดคาร์บอนเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ตาม 7 Levers ของ GCCA พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในงานก่อสร้างที่จะช่วยผลักดันไปสู่การก่อสร้างสีเขียว

 

 

นอกจากนี้ในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “How to execute green construction in Thailand” โดยมี รศ.ดร.สมิตร ส่งพิริยะกิจ ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นายสุเมธ มีนาภา รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายชูโชค ศิวะคุณากร Head of Environment Social Governance & Business Stakeholder Engagement บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ร่วมเสวนา 

 

 

โดยบนเวทีเสวนา ดร.สมิตร กล่าวว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังหลังการประชุม COP26 โดยมีการออกข้อกำหนดการก่อสร้าง (Building Code) เช่น ข้อกำหนดด้านโครงสร้างคอนกรีต และข้อกำหนดด้านโครงสร้างเหล็ก ข้อกำหนดด้านวัสดุ เป็นต้น นอกจากนี้ทางวิศวกรรมสถานฯกำลังเร่งทำเรื่อง High Performance Concrete ให้เสร็จปีนี้ เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติที่ดีและปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง

 

 

นายสุเมธ กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทยให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเต็มที่ โดยพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในฐานะผู้ออกกฎกระทรวงเพื่อกำกับดูแล คือ จะทำอย่างไรให้การออกกฎหมายสอดคล้องและก้าวทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะปกติการออกกฎหมายแต่ละฉบับจะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะทางกระทรวงฯ ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ และมีผลกระทบในวงกว้างครอบคลุมตั้งแต่รายย่อยถึงรายใหญ่ 

 

 

นางสาวลิซ่า กล่าวถึง ความท้าทายหลัก 3 ประการที่ทำให้การผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมก่อสร้างให้เป็นรูปธรรมช้ากว่าที่ควร ได้แก่ 1.ความท้าทายด้านการเงิน ต้นทุนในการก่อสร้างแบบกรีนมักจะสูงกว่าต้นทุนการก่อสร้างแบบทั่วไป 2. ความท้าทายด้านการศึกษา บุคลากรในวงการก่อสร้างมักขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวัสดุก่อสร้าง       ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสถาบันการศึกษาพัฒนาบุคลากรไม่ทันกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ และ 3.ความท้าทายด้านความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน ที่ผ่านมาทางภาครัฐมักออกกฎระเบียบเพื่อควบคุม แต่ไม่มีมาตรการเชิงบวกในการจูงใจคนให้ลงทุนกับเรื่องนี้ เช่น การลดภาษีสำหรับโครงการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

 

 

นายชูโชค กล่าวว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยมูลค่าของของเสีย (Waste) จะอยู่ที่ 10-30% หรือเฉลี่ยสองแสนล้านบาทต่อปี หากเรา Turn Waste To Value ได้ ก็จะเป็นการสร้างมูลค่ามหาศาล  ทั้งในแง่ของรายได้และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สามารถทำได้

โดยการก่อสร้างที่เน้นทำงานนอกไซต์งาน เพื่อลดระยะเวลาและสามารถควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน การทำงานแบบ Modularity คือ การทำงานแบบแยกส่วนงานแล้วเข้ามาต่อเชื่อมที่หน้างาน การนำ Digital และ Technology เข้ามาช่วยลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานก่อสร้าง สร้างความเชื่อมโยงในการทำงานร่วมกัน และสุดท้ายคือการยกระดับทักษะ ทั้งผู้ที่ทำงานอยู่ในปัจจุบันและนักศึกษาที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคต นอกจากนี้ควรสร้างความสมดุลระหว่างภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อมให้ไปด้วยกันได้ และต้องเน้นที่การลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง

 

 

จากนั้นในช่วง Showcase Implementation : Innovation in Green Construction โดย นางสาววลัย เจริญพันธ์ BIM & Digital Advisory Lead บริษัท โอฟ อาหรุบ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาและออกแบบชั้นนำระดับโลกได้ยกตัวอย่างการนำนวัตกรรมไปใช้ผ่านกรณีศึกษาในต่างประเทศ เช่น โครงการ Shougang Industry Services Park ในประเทศจีน ซึ่งเป็น Climate Positive โครงการแรกในประเทศจีน มีการออกแบบให้เป็น Net Zero ทั้งภายในและบริเวณรอบนอกโครงการ และมีการวางระบบให้เป็น Sponge City ไม่ปล่อยน้ำที่มีการปนเปื้อนลงในแม่น้ำ หรือโครงการ AIRSIDE ในฮ่องกง ที่ทาง โอฟ อาหรุบ เป็นผู้ออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่อง well-being และมีการใช้เทคโนโลยี Digital Twin เข้ามาใช้ในการบริหารโครงการ เป็นต้น

 

 

จบท้ายด้วย ดร.กฤษฎา ศรีสมพร Green Construction Group Leader บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด ขึ้นเวทีพูดถึงนวัตกรรมเพื่อรองรับการเป็น Green Construction โดยยกกรณีศึกษาสะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยี UHPC (Ultra-high Performance Concrete) 3D Printing และ BIM (Building Information Modeling) จนกลายเป็นสะพานคอนเกรีตที่บางที่สุดแห่งแรกในประเทศไทยและอาเซียน 

แม้ว่าประเทศไทยจะยังต้องเจอความท้าทายอีกมากมายเพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำและ Net Zero ตามที่ประกาศไว้ แต่ก็เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และมีส่วนร่วมกับจุดยืนของประเทศไทยต่อประชาคมโลกในการยกระดับเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 (2050) เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608 (2065) ในทุกสาขา ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ

 

#ซีแพค #ซีแพคกรีนโซลูชัน #CPAC #CPACGREENSOLUTION

#ThailandTheNewChapterofGreenConstructionForum2023

#TheNewChapter #LowCarbon #GreenConstruction #NetZero

 

- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • ส.อ.ท. จัดประกวด "ผลิตภัณฑ์พลาสติก" ให้ความรู้ประชาชนด้านบริหารจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน
    17 ก.ค. 2567 15.00 น.
  • "QTC" ส่งซิก จ่อเสิร์ฟข่าวดีรับก้าวสู่ปีที่ 29
    17 ก.ค. 2567 10.57 น.
  • พลังงานเร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ รุดเจรจา กฟผ. ปตท. ลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชน
    17 ก.ค. 2567 10.13 น.
  • GULF ควบรวม INTUCH ปรับโครงสร้างจัดตั้งบริษัทใหม่ ไตรมาสที่ 2 ปี 2568
    16 ก.ค. 2567 23.11 น.
  • ก.พลังงาน – กฟผ. ส่งมอบชุดนักเรียนเบอร์ 5 “ประหยัดไฟ ใส่สบาย ไม่ต้องรีด”
    16 ก.ค. 2567 15.43 น.

Most Viewed

  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.
  • สนพ. เผยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพโลก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
    22 พ.ค. 2566 18.13 น.