เปิด “มุมมองอุตสาหกรรมต่อการเปิดเสรีพลังงานทางเลือก” ดันประเทศไทยไร้คาร์บอน

30 กันยายน 2565 09.59 น.
อ่าน 1,846 ครั้ง
 
 
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 21 ในเดือนกันยายน 2565 ภายใต้หัวข้อ “มุมมองอุตสาหกรรมต่อการเปิดเสรีพลังงานทางเลือก” พบว่า จากผลกระทบของการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า งวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2565 ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมปฏิบัติตามมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) เป็นต้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้เองภายในโรงงานมากขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจากผลสำรวจ FTI Poll พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มีแผนที่จะลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้เองภายในโรงงานในทันที โดยมองว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซล่าเซลล์ เป็นแหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาคอุตสาหกรรม และคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ 25% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของโรงงาน
 
 
ในส่วนของการเปิดเสรีพลังงานทางเลือก ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มองว่า ภาครัฐควรมีการปรับปรุงกฎระเบียบการขออนุมัติอนุญาตผลิตไฟฟ้าใช้เองให้สะดวกยิ่งขึ้น เปิดให้เอกชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับให้แก่ภาครัฐได้ รวมทั้งควรออกมาตรการแรงจูงใจให้เอกชนมีการลงทุนผลิตไฟฟ้าใช้เอง เพื่อลดภาระของภาครัฐในการบริหารจัดการไฟฟ้าและส่งเสริมให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2593 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608 ของประเทศไทย
 
 
นอกจากนี้เพื่อรองรับการเปิดเสรีพลังงานทางเลือกในอนาคต ภาครัฐควรเร่งส่งเสริมการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้เองภายในโรงงาน มีการจัดตั้งหน่วยงาน One stop service เพื่ออำนวยความสะดวกในการขออนุมัติอนุญาต รวมทั้ง บูรณาการปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้า ค่าบริการต่างๆ และค่าไฟฟ้า เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา และลดภาระผู้บริโภค ซึ่งผู้บริหาร ส.อ.ท. คาดการณ์ว่า แนวโน้มความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมในปี 2566 จะปรับเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปี 2565 อันเนื่องมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น และการส่งออกที่จะขยายตัวต่อเนื่อง
 
 
จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 220 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก
45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 21 จำนวน 6 คำถาม ดังนี้
1. ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียน คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งหมด (Single choice)
อันดับที่ 1 : 25% 39.6%
อันดับที่ 2 : ไม่จำเป็น 31.4%
อันดับที่ 3 : 50% 19.5%
อันดับที่ 4 : 75% 9.5%
2. ภาคอุตสาหกรรมจะมีแผนในการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในเมื่อไหร่ (Single choice)
อันดับที่ 1 : ทันที 34.1%
อันดับที่ 2 : ภายใน 3 ปี 29.1%
อันดับที่ 3 : ภายใน 1 ปี 23.6%
อันดับที่ 4 : ภายใน 5 ปี 13.2%
3. ประเภทพลังงานทางเลือกใดที่จะเหมาะสมนำมาใช้กับภาคอุตสาหกรรม (Multiple choices)
อันดับที่ 1 : แสงอาทิตย์ 95.9%
อันดับที่ 2 : ชีวมวล 28.2%
อันดับที่ 3 : ก๊าซชีวภาพ 14.1%
อันดับที่ 4 : พลังงานจากขยะ 13.6%
อันดับที่ 5 : พลังงานลม 5.9%
4. ปัจจัยใดจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายพลังงานทางเลือกได้อย่างเสรี (Multiple choices)
อันดับที่ 1 : ปรับปรุงกฎระเบียบการขออนุญาตผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟฟ้ากลับ 78.6%
ให้แก่ภาครัฐให้สะดวก และเกิดแรงจูงใจในการลงทุน
อันดับที่ 2 : ส่งเสริมให้เกิดตลาดซื้อขายพลังงานที่เอกชนสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม 65.0%
(Energy Trading) หรือแพลตฟอร์มซื้อขายไฟฟ้าเสรี
อันดับที่ 3 : สนับสนุนเงินลงทุนในการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy storage) 62.3%
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าใช้เอง
อันดับที่ 4 : ส่งเสริมและปรับขั้นตอนให้เอกชนสามารถลงทุนโรงไฟฟ้าได้สะดวก 59.5%
เพื่อให้เกิดการแข่งขัน
5. ภาครัฐจะต้องปรับปรุงเรื่องใดเพื่อรองรับการเปิดเสรีพลังงานทางเลือก (Multiple choices)
อันดับที่ 1 : ส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้เองภายในโรงงาน 75.5%
อันดับที่ 2 : จัดตั้งหน่วยงาน One stop service เพื่ออำนวยความสะดวก 60.5%
ในการขออนุญาตผลิตไฟฟ้าใช้เองและรับซื้อไฟฟ้าคืน
รวมทั้ง ปรับลดค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต
อันดับที่ 3 : บูรณาการปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทุนการรับซื้อไฟฟ้า 58.6%
ค่าบริการต่างๆ และค่าไฟฟ้า เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เกิดการแข่งขัน
ด้านราคาและลดภาระผู้บริโภค
อันดับที่ 4 : ปลดล็อคเงื่อนไขการผลิตไฟฟ้าให้สามารถมีกำลังการผลิตได้เกิน 1 เมกะวัตต์ 58.6%
โดยที่ไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)
6. แนวโน้มความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมในปี 2566 จะเป็นไปในทิศทางใด
(Single choice)
อันดับที่ 1 : เพิ่มขึ้น 10% 47.3%
อันดับที่ 2 : คงที่ 28.2%
อันดับที่ 3 : เพิ่มขึ้น 20% 21.4%
อันดับที่ 4 : ลดลง 10% 1.8%
อันดับที่ 5 : ลดลง 20% 1.3%
จัดทำข้อมูลโดย
ฝ่ายวิชาการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โทร. 02-345-1111
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • สนพ.นำคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมพลังงานสะอาดของ กฟผ. 3 แห่ง ณ เขื่อนศรีนครินทร์
    28 มี.ค. 2567 17.29 น.
  • กกพ. ประกาศ "ตรึงค่าเอฟที 39.72 สตางค์/หน่วย" ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย 4.18 บาท/หน่วย ถึง ส.ค. 67
    27 มี.ค. 2567 13.45 น.
  • "กรมธุรกิจพลังงาน" ย้ำ "ปัญหา LPG ต้องแก้ทั้งระบบ"
    27 มี.ค. 2567 13.40 น.
  • “กัลฟ์” จับมือ “ซันโกรว์” รุกโซลาร์ จัดหาระบบกักเก็บพลังงาน-อินเวอร์เตอร์ หนุนพลังงานสะอาด 3,500 MW
    27 มี.ค. 2567 08.34 น.
  • กัลฟ์ จับมือ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ จัดกิจกรรม “สนุกสุขสันต์วันพบปะครอบครัว ปี 2567”
    26 มี.ค. 2567 16.06 น.

Most Viewed

  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • สนพ. เผยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพโลก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
    22 พ.ค. 2566 18.13 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.