2 สมาคมเอทานอลฯ ขานรับพร้อมผลิต E20 ทางรอดฝ่าวิกฤตซัพพลายเชนพลังงานโลก

19 มีนาคม 2569 11.30 น.
อ่าน 1,239 ครั้ง
 

2 สมาคมเอทานอลฯ ขานรับพร้อมผลิต E20 ทางรอดฝ่าวิกฤตซัพพลายเชนพลังงานโลก

ชูศักยภาพ 28 โรงเอทานอลไทย พร้อมป้อนตลาดกว่า 7 ล้านลิตร/วัน

 

สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ร่วมกับสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง พร้อมขานรับนโยบายภาครัฐ ดัน ‘E20’ ป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ ชงเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศ ฝ่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ตึงเครียด วิกฤตราคาน้ำมันโลกผันผวน มั่นใจศักยภาพกำลังการผลิตโรงงานเอทานอลรับดีมานด์ตลาด ย้ำช่วยสร้างเสถียรภาพราคาหน้าปั๊มและลดภาระค่าครองชีพประชาชน

การที่ภาครัฐวางกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อน น้ำมัน E20” (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20%) ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) ของประเทศ ถือเป็นก้าวย่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเสริมสร้าง ความมั่นคงทางพลังงาน ของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบ และยังเป็นมาตรการที่รับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่ยังคงตึงตัวจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ณ เวลา นี้

ปัจจุบันการใช้เอทานอลในประเทศยังอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่กลุ่มน้ำมันเบนซินมีการใช้รวมกว่า 30 ล้านลิตรต่อวัน หากมีการผลักดัน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานอย่างจริงจัง ความต้องการใช้เอทานอลจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เปิดเผยว่า การยกระดับ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงพลังงานของประเทศ เพราะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ และสร้างเสถียรภาพด้านราคาเชื้อเพลิง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดศักยภาพวัตถุดิบการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอ้อยและกากน้ำตาลจากอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงมันสำปะหลัง ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในรูปแบบพลังงานชีวภาพ “ในสภาวะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนสูง กลไกของ E20 จะช่วยสร้างจุดสมดุลให้กับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ เนื่องจากเอทานอลเป็นพลังงานที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ  ซึ่งมีต้นทุนที่เสถียรกว่า ช่วยลดแรงกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาคขนส่งได้อย่างยั่งยืน 

ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 11 ล้านไร่ ผลผลิตอ้อยราว 90 ล้านตันต่อปี และผลิตน้ำตาลได้ประมาณ 10 ล้านตันต่อปี สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการผลิตที่สามารถต่อยอดสู่พลังงานชีวภาพ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของ GDP ภาคเกษตร หรือราว 1.2 แสนล้านบาท จึงถือเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบพลังงาน และกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงพลังงานของประเทศควบคู่กัน และสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ภาคเกษตรทั้งชาวไร่อ้อยและไร่มันในวงกว้าง

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง กล่าวว่า อุตสาหกรรมเอทานอลจากมันสำปะหลังของประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการผลิตเพื่อรองรับนโยบาย E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน โดยความแข็งแกร่งนี้สะท้อนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีวัตถุดิบภายในประเทศที่เพียงพอรองรับกับแผนสร้างความมั่นคงพลังงานของภาครัฐ 2.ศักยภาพการผลิตและเทคโนโลยีของโรงงานเอทานอล ที่สามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ทันที ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และ 3.การยกระดับห่วงโซ่อุปทานมันสำปะหลังของประเทศ สู่การเป็นพืชพลังงานยุทธศาสตร์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพราคา และรายได้ให้เกษตรกร

ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตเอทานอลรวมสูงสุดประมาณ 7.2 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ทันทีและยังมีกำลังการผลิตสำรองอีกกว่า 50–60% หากภาครัฐมีการส่งเสริมการใช้ E20 อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้ความต้องการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมเอทานอลเพิ่มขึ้นประมาณ 6 ล้านตันต่อปี ขณะที่โครงสร้างการใช้ผลผลิตในปัจจุบันกว่า 90% ยังอยู่ในอุตสาหกรรมแป้งและมันเส้น และมีเพียงประมาณ 10% ที่เข้าสู่อุตสาหกรรมเอทานอล ส่งผลให้ปริมาณมันสำปะหลังที่เข้าสู่โรงงานเอทานอลในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2–3 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการดังกล่าว

อย่างไรก็ดีอุตสาหกรรมเอทานอลไทยมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยโรงงานจำนวนมากเป็นโรงงานไฮบริดที่สามารถใช้ทั้งมันสำปะหลังและกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบทดแทนกันได้ และได้มีการปรับตัวด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้าน Supply ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสองสมาคมเห็นตรงกันว่า การกำหนดให้ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานโลก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานชีวภาพในภูมิภาคในอนาคต

- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • UAC พัฒนา-ต่อยอด ธุรกิจหลัก รับเทรนด์โลก เสริมความมั่นคงในทุกการเปลี่ยนแปลง”
    19 มี.ค. 2569 16.10 น.
  • “กกพ.” คุมสถานการณ์แม่เมาะ เร่งซ่อม-ปรับแผนผลิตไฟ ชูถ่านหินลดต้นทุน คุมค่าไฟ-ย้ำความมั่นคงระบบไฟฟ้า
    19 มี.ค. 2569 14.23 น.
  • "อรรถพล" ลงตรวจคลังน้ำมัน สั่งเร่งกระจาย - ชดเชยราคาน้ำมันทุกลิตร พร้อมตรวจสอบจ๊อบเบอร์ตั้งราคาขายเกินควร
    19 มี.ค. 2569 13.48 น.
  • PTG คว้ารางวัลเกียรติยศ 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company
    19 มี.ค. 2569 11.48 น.
  • 2 สมาคมเอทานอลฯ ขานรับพร้อมผลิต E20 ทางรอดฝ่าวิกฤตซัพพลายเชนพลังงานโลก
    19 มี.ค. 2569 11.30 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.