บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group กางแผนการดำเนินธุรกิจปี 2569 เดินหน้าปั้นพอร์ตไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องให้เติบโตอย่าง “มั่นคง สมดุลและยั่งยืน” ภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรเชิงรุกด้วยแนวคิด “ONE EGCO ONE GOAL” มุ่งสร้างเป้าหมายแห่งการเติบโตร่วมกันพร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ในขณะเดียวกันย้ำความมั่นใจต่อการรับมือในสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง EGCO Group ได้รับผลกระทบจำกัดและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่าง เป็นระบบ เนื่องจากมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio) ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิง ผลิตไฟฟ้า (Renewable & Conventional) และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า “ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ ๆ ทำให้เราต้องมีความยืดหยุ่นอย่างแข็งแกร่งในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดย EGCO Group ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ “POWER4” ซึ่งประกอบด้วยภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่
- Profitability and Performance Energizing เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่องรวมทั้งดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
- Power and Energy-related Focus เน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ
เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของธุรกิจ Data Center ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
- Portfolio Optimization บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ผ่านกระบวนการ Asset Recycling
ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและสร้างผลตอบแทนสูงกว่าในอนาคต รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในสหรัฐอเมริกา
- Proactive Organization Excellence ปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการทำงานเชิงรุกด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
นอกจากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ “POWER4” แล้ว ในเรื่องของการบริหารจัดการองค์ร EGCO Group จะขับเคลื่อนด้วยแนวคิด “ONE EGCO ONE GOAL” หนึ่งเดียวเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำงานเป็น Teamwork ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรเชิงรุกมุ่งสร้างเป้าหมายร่วมกัน พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามกรอบ ESG เพื่อความยั่งยืนขององค์กรและผลตอบแทนในอนาคต
Downeast Wind-Maine-USA
ใน ปี 2569 EGCO Group เตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูง และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวม และซื้อกิจการและการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจ
Data Center
Linden USA
นอกจากนี้ EGCO Group ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี 2569 ทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ในสหรัฐอเมริกาเป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกาจะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องการของธุรกิจ Data Center และ AI ในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group
Quezon PHP
สำหรับการลงทุนในประเทศ มีความก้าวหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO Group อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับ กฟผ. (SPP) 10 โครงการ และ PPA กับ กฟภ. (VSPP) 1 โครงการ คาดว่า PPA ทั้งหมดจะลงนามเรียบร้อยภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี 2570 โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571-2573
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชน ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid) ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านั้น EGCO Group ยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply: IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Data Center ในพื้นที่นิคมฯ ในอนาคตอีกด้วย
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ EGCO Group ใน “ระดับที่จำกัด” เนื่องจากโครงการที่มี PPA ค่าเชื้อเพลิงมีกลไกส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้า (Off-taker) ในขณะที่โครงการ ที่ขายไฟฟ้าใน Pool Market ค่าไฟฟ้าจะสะท้อนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทมีการสำรองเชื้อเพลิงที่เพียงพอ และมีระบบขนส่งที่ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางความขัดแย้งโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่หยุดชะงัก รวมทั้งบริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio) ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า (Renewable & Conventional) และธุรกิจอื่น ๆ ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง
EGCO Group ยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก แม้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก แต่พื้นฐานของ EGCO Group ยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ
“เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ “POWER4” จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืนพร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง 3 ระยะ และมีความเชื่อมั่นในพลัง ONE EGCO ที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส EGCO Group ไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้าง ONE GOAL คือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป” นายธวัชชัย กล่าว