เพราะสุขภาพจิตเด็กไทยไม่ใช่เรื่องที่รอได้ เชฟรอนจับมือมูลนิธิแพธทูเฮลท์ สร้างเกราะป้องกันใจ สานต่อคนใต้หยัดได้สุขเป็น

09 มีนาคม 2569 13.54 น.
อ่าน 1,502 ครั้ง
 

“17 ปีที่ทำงานด้านสาธารณสุขมา เราเห็นเด็กที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิตมากมาย ทั้งเคสน้องผู้หญิงอายุ 14 ปี ที่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่เกินวัยเพราะต้องดูแลน้องอีก 4 คน ท่ามกลางครอบครัวที่พ่อแม่ติดยาเสพติด หรือเด็กที่แบกรับความคาดหวังจากพ่อแม่ให้สอบติดโรงเรียนที่ฝัน ความจริงแล้วบางเรื่องเด็กไม่สามารถบอกผู้ปกครองได้ทั้งหมด หรือไม่มีพื้นที่ปลอดภัยที่ระบายออกมาได้ พอเก็บไว้จึงค่อยๆ กลายเป็นบาดแผลทางใจที่ไม่มีใครเห็น” นางจุฑามาศ ฤทธาภัย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เล่าถึงความจริงที่ได้พบเจอระหว่างการทำงาน ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนภาพที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กไทยอีกหลายหมื่นคน

 

นางจุฑามาศ ฤทธาภัย 

หากมองไปรอบห้องเรียนที่มีนักเรียนอยู่ 35 คน เราอาจเห็นเด็กถึง 5 คนที่กำลังเผชิญปัญหาทางใจ โดยตัวเลขจาก กรมสุขภาพจิตเผยว่า ประมาณ 1 ใน 7 ของวัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี กำลังเผชิญปัญหาทางจิตประสาทและอารมณ์  ในขณะที่การสำรวจล่าสุดพบเยาวชนไทยถึง 87,718 ราย ที่เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง และอีก 51,789 ราย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า อีกทั้งผลสำรวจนักเรียนมัธยมศึกษาและปวช. กว่า 3,500 คน จาก มูลนิธิแพธทูเฮลท์ และ Rocket Media Lab พบว่า สิ่งที่สร้างภาวะเครียดให้เด็กไทยมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ การเรียน รูปร่างหน้าตา และครอบครัว แต่ที่น่ากังวลคือความเครียดจากครอบครัว ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันให้เด็กมีความคิดอยากทำร้ายตนเองและผู้อื่น

 

   

 

 

เมื่อตัวเลขบอกเล่าวิกฤต คำตอบจึงอยู่ที่การฟังด้วยหัวใจ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องกว่า 9 ปี เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะและสุขภาพจิตให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ผ่านโครงการ “คนใต้หยัดได้สุขเป็น” ที่เชื่อมโยงความร่วมมือภาครัฐและภาคีเครือข่าย โดยอาศัยกลไกสำคัญคือ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents) ในการถ่ายทอดกระบวนการจิตวิทยา เชิงบวก ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ในระยะที่ 5 โดยดำเนินงานครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และปัตตานี พร้อมมุ่งสร้างกลไกคุ้มครองทางใจตั้งแต่เยาวชน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ด้วยหัวใจหลักที่เริ่มจาก “สุขเป็น”

 

 

หัวใจของการทำงานอยู่ที่ 7 ทักษะสำคัญของการสร้างสุข เริ่มจากการมองโลกในแง่ดีที่ฝึกให้เห็นทั้งสองแง่มุมของทุกสถานการณ์ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและเลือกมุมที่ทำให้ก้าวต่อไปได้ ต่อด้วยฝึกคิดให้รู้สึกขอบคุณกับสิ่งต่าง ๆ และพร้อมพัฒนาตนเองได้เสมอ อีกทักษะที่สำคัญคือการอยู่กับปัจจุบัน ที่ให้ใจสงบและลดความวิตกกังวล พร้อมทั้งใช้ความยืดหยุ่นและใจดีกับตนเองในวันที่ล้ม เพื่อให้ลุกได้ไวเมื่อเจอปัญหา โครงการฯ ยังเน้นให้ผู้เข้าร่วมรู้จักและพัฒนาจุดแข็งของตนเอง โดยกลไกสุขเป็นเหล่านี้ ได้ขยายผลไปใช้กับชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางใจก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต

 

 

 

 

นางจุฑามาศ เป็นหนึ่งใน Change Agents ที่นำเครื่องมือสุขเป็นไปใช้ในพื้นที่จริง โดยเล่าว่า “บางครั้งพ่อแม่ยังไม่ได้สื่อสารเชิงบวกกับลูก เช่นอาจใช้วิธีที่ผิดอย่างการดุด้วยเสียงดัง ทำให้เด็กบางคนไม่ค่อยกล้าเล่าปัญหาออกมา” หนึ่งในเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืมของ นางจุฑามาศ เกิดขึ้นตอนลงพื้นที่ ณ โรงเรียนชุมชนบ้านด่าน “ตอนนั้นมีน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า วิธีบอกรักต้องแสดงออกอย่างไร เพราะน้องไม่มีพ่อแม่และอยู่กับตายาย ตอนนั้นพี่ไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เดินเข้าไปกอดให้น้องได้สัมผัสถึงการแสดงความรักแทน หลังจากนั้น จึงได้มีโอกาสเข้าไปทำกิจกรรมสุขเป็นในโรงเรียน และชวนให้เด็ก ๆ รู้จักการแสดงออกทางอารมณ์ ซึ่งเราก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ทั้งจากโรงเรียนและชุมชนที่เราเข้าไปทำงาน โดยแม้จะได้อบรมเครื่องมือสุขเป็นมา แต่การทำงานจริงต้องปรับกิจกรรมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยใช้แนวทางกลไกเดียวกัน”

นางจุฑามาศ ยังแนะนำเทคนิคการสื่อสารที่พ่อแม่สามารถนำไปใช้ได้ เช่น หากลูกเครียดกับการอ่านหนังสือสอบ พ่อแม่สามารถลองสื่อสารเชิงบวก เช่น “แทนที่จะบอกว่าแม่พยายามให้ลูกอ่านหนังสือเพื่อจะได้เรียนดี ควรบอกว่า แม่รู้ว่าลูกกำลังพยายามอยู่ ดังนั้นต่อให้ลูกสอบไม่ได้ พ่อแม่ก็จะอยู่ตรงนี้เพื่อให้กำลังใจ”

 

 

โครงการฯ ได้ขยายผลครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาไปจนถึงมหาวิทยาลัย โดย นางจุฑามาศ เล่าถึงการเข้าไปทำงานกับนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เพื่อเสริมเกราะป้องกันทางใจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนจะก้าวสู่โลกการทำงานจริง ทำให้ปัจจุบันมีแกนนำนักศึกษาที่ผ่านการอบรมเครื่องมือสุขเป็นแล้วกว่า 50 คน ซึ่งจากการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผลสำเร็จของโครงการฯ ที่เห็นได้ชัดคือ ในพื้นที่ 4 จังหวัด มี Change Agents ที่ผ่านการอบรมถึง 482 คน และได้ขยายผลสู่ชุมชน สร้างผลประโยชน์ให้กับผู้คนถึง 2,931 คน

 

                              

นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา

ด้วยหัวใจขององค์กรที่เชื่อมั่นในพลังคน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด บริษัทพลังงานชั้นนำของโลก จึงมุ่งเป็นพันธมิตรระยะยาวกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดย นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “กว่า 6 ทศวรรษที่เชฟรอนดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภารกิจหลักของเราคือการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่เราตระหนักดีว่าความมั่นคงทางพลังงานจะยั่งยืนได้นั้น ต้องเติบโตไปพร้อมกับความมั่นคงในมนุษย์ เพราะคนคือรากฐานที่สำคัญที่สุด ตลอด 9 ปีที่เชฟรอนทำงานกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เชฟรอนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพจิตของเยาวชนไทย เราค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงจากจำนวน Change Agents ที่เพิ่มขึ้น โดยเราเชื่อว่า หากเยาวชนและชุมชนมีสุขภาวะและสุขภาพจิตที่ดี พวกเขาจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่สุขเป็นอย่างเข้มแข็งต่อไป"

เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางด้านสุขเป็นร่วมกับชุมชนและ Change Agents ล่าสุด มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) จึงจัดเวทีวิชาการคนใต้หยัดได้สุขเป็น ครั้งที่ 5 ภายใต้ชื่อ ชับพร้อมลุย คนใต้หยัดได้สุขเป็น ที่โรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ จังหวัดสงขลา ผ่านการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเวทีนี้ถือเป็นพื้นที่รวมพลังคนทำงานกว่า 290 คน จากหลายจังหวัดเพื่อร่วมสร้างอนาคตที่สุขเป็นของชุมชนภาคใต้ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพจิตอย่างใกล้ชิด และสร้างเสริมเครือข่ายคนทำงานใจเดียวกัน

 

 

 

นางจุฑามาศ ทิ้งท้ายด้วยนำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังว่า "การได้ร่วมโครงการคนใต้หยัดได้สุขเป็น ทำให้พี่เห็นว่า เมื่อเรามีทีมงาน เครื่องมือ และการสนับสนุนที่เหมาะสม เราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคน ๆ หนึ่งได้จริง ซึ่งพี่ได้สัมผัสด้วยตาตัวเองตอนลงพื้นที่ ดังนั้นจึงอยากชวนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสุขภาพจิต อย่าปล่อยให้สายเกินไป บางครั้งเราอาจเยียวยาใจโดยใช้เครื่องมือสุขเป็นได้ แต่หากหนักเกินไป อยากแนะนำให้ทั้งผู้ปกครองและเด็กไม่ต้องรู้สึกกลัวหรือกังวลที่จะพบแพทย์ เพราะการสร้างเกราะป้องกันทางใจก่อนสาย เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม"

- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • เพราะสุขภาพจิตเด็กไทยไม่ใช่เรื่องที่รอได้ เชฟรอนจับมือมูลนิธิแพธทูเฮลท์ สร้างเกราะป้องกันใจ สานต่อคนใต้หยัดได้สุขเป็น
    09 มี.ค. 2569 13.54 น.
  • กฟผ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เกาะติดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง มั่นใจบริหารจัดการเชื้อเพลิง ไม่ให้กระทบการผลิตไฟฟ้า
    06 มี.ค. 2569 17.44 น.
  • เชฟรอนคว้ารางวัลองค์กรที่เป็นที่สุดด้านการส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม จากเวที Future Trends Awards 2026
    06 มี.ค. 2569 13.51 น.
  • “อรรถพล” ยันน้ำมันสำรองหาเพิ่มได้ 95 วัน และจัดหาต่อเนื่อง ใช้กองทุนฯ ตรึงดีเซล วอนประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน
    06 มี.ค. 2569 13.44 น.
  • "กกพ." ปรับแผนจัดหา Spot LNG เพิ่ม 3 เที่ยวเรือ รองรับสถานการณ์ตะวันออกกลาง ดูแลความมั่นคงพลังงานของประเทศ
    05 มี.ค. 2569 16.18 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.