กระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตรวจเยี่ยมโรงบรรจุก๊าซหุงต้มในพื้นที่ มุ่งเน้นความปลอดภัยในมาตรฐานถังก๊าซ สถานที่ประกอบการ และขั้นตอนการบรรจุก๊าซลงถัง พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการไฟฟ้า Solar Home ชุมชนต้นแบบหมู่บ้านพึ่งพาตนเอง บ้านตะเพินคี่ อำเภอด่านช้าง ป้อนไฟฟ้าสะอาด พัฒนาชุมชน 58 ครัวเรือน ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมต่อยอดจากนวัตกรรมพลังงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ พัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่
นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วย นายไพรัช เพชรล้ำ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ และ นายสิทธิชัย ณ นคร พลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี พาสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนายฉัตรชัย คุณโลหิต เปิดเผยว่า การพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของโรงบรรจุก๊าซหุงต้มทั่วประเทศ
ซึ่งวันนี้ได้เข้าตรวจเยี่ยม ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดิมบางประกอบพานิช ซึ่งเป็นโรงบรรจุก๊าซหุงต้มที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน มีการติดตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมแบบเหนือพื้นดิน จำนวน 5 ถัง รวมปริมาตรถึง 44,827 ลิตร ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ปฏิบัติตามแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานให้ความสำคัญในการติดตาม กำกับ และตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ประกอบการทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดิมบางประกอบพานิช เป็นตัวแทนค้าส่งอย่างเป็นทางการของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยมีการติดตั้งถังเก็บก๊าซแบบเหนือพื้นดินที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกรมธุรกิจพลังงาน จำนวนทั้งสิ้น 5 ถัง รวมปริมาตรความจุ 44,827 ลิตร
จากนั้น ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อชุมชนพึ่งพาตนเอง (Off Grid) ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย (Solar Home) บ้านตะเพินคี่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ใต้การควบคุมดูแลของสำนักงานพลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจำนวน 2,842,000 บาท บูรณาการร่วมกับ อบต.วังยาว และอุทยานแห่งชาติพุเตย ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 500 วัตต์ พร้อมอุปกรณ์ครบชุด รวมทั้งสิ้น 58 ระบบ สำหรับ 58 ครัวเรือน
โดยนายสิทธิชัย ณ นคร พลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ผลสำเร็จของโครงการดังกล่าว ช่วยให้ชาวบ้านทั้ง 58 ครัวเรือน ประหยัดค่าไฟรวมกว่า 208,800 บาทต่อปี ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐในการขยายสายส่งไฟฟ้ารวม 6,500,000 บาท และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในหมู่บ้านเฉลี่ย 4.5 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อปี ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และสามารถต่อยอดจากการมีไฟฟ้าใช้ไปสู่การสร้างอาชีพ และมีรายได้เสริม โดยเฉพาะกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน อาทิ การจัดพื้นที่ลานกางเต็นท์ ร้านกาแฟชุมชน และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

สำหรับบ้านตะเพินคี่ เป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นานกว่า 200 ปี มีประชากรอาศัยอยู่รวม 58 ครัวเรือน ที่ผ่านมา ไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตย ทำให้การเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าต้องใช้งบลงทุนสูง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสนับสนุนแผงโซลาร์เซลให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2548 ทำให้แผงโซลาร์เซลบางส่วนเสื่อมสภาพ เพราะใช้งานมานานกว่า 15 ปี สำนักงานพลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้เข้ามาบริหารจัดการปรับปรุงระบบ Solar Home (Off-Grid) ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ชุมชนมีไฟฟ้าใช้ในการดำรงชีวิต และประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

“กระทรวงพลังงาน โดย กรมธุรกิจพลังงาน มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การจัดเก็บ การบรรจุ การขนส่ง ไปจนถึงการจำหน่ายให้กับประชาชน ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัยของโรงบรรจุก๊าซ โดยเฉพาะโรงบรรจุก๊าซที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ทั้งในด้านโครงสร้างสถานที่ ระบบป้องกันอัคคีภัย การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ควบคู่กับการดูแลด้านความมั่นคงและเพียงพอต่อการใช้งานของประเทศ ส่วนการติดตามความคืบหน้าโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อชุมชนพึ่งพาตนเอง (Off Grid) ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย (Solar Home) บ้านตะเพินคี่นั้น เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของกระทรวงพลังงาน ในการจัดหาไฟฟ้าให้ทุกครัวเรือนทั่วไทยมีไฟฟ้าใช้ ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แม้ชุมชนจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล กระทรวงพลังงานก็พร้อมผลักดันให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ และเป็นไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ไม่สร้างมลพิษในพื้นที่และพร้อมดูแลต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน” นายฉัตรชัย กล่าว