Banpu Power กางพอร์ตธุรกิจปี 2025 ลุยโตต่างประเทศต่อเนื่อง สหรัฐฯ จีน อินโดฯ

23 มกราคม 2568 20.58 น.
อ่าน 2,766 ครั้ง
 
BPP ส่งมอบพลังงานไฟฟ้าอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจพลังงาน ที่เกี่ยวข้องกว่าร้อยละ 80 ในต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิต 1,500 เมกะวัตต์ จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติภายในปี 2030 และต่อยอดห่วงโซ่คุณ ค่าธุรกิจในสามประเทศยุทธศาสตร์สำคัญ มั่นใจด้วยปัจจัยภายนอก อาทิ นโยบายลดค่าไฟฟ้าในประเทศ หรือเรื่องการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก Global Minimum Tax (GMT) ในอัตราขั้นต่ำ 15% ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของบริษัทฯ อีกทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ และนโนบายของรัฐบาลใหม่ จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับกระแสเงินสด และเพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน
 
 
 
 
บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล มุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกือบ 30 ปี สร้างการเติบโตในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
 
ซึ่งกว่าร้อยละ 80 ของกำลังการผลิตไฟฟ้า เป็นการจำหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศเป็นหลัก โดยปัจจุบัน BPP มุ่งสร้างสมดุลของพอร์ตธุรกิจทั้งพลังงานความร้อน (Thermal Energy) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในประเทศยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
 
โดยมีโรงไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด 40 แห่ง กำลังผลิตทั้งหมด 3.6 กิกะวัตต์ตามสัดส่วนการลงทุน และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟ ฟ้า 1,500 เมกะวัตต์จากโครงการก๊าซธรรมชาติภายในปี 2030 โดยเน้นประเทศยุทธศาสตร์ เช่น สหรัฐฯ จีน และอินโดนีเซีย
 
สำหรับโรงไฟฟ้าที่จำหน่ายไฟในประเทศไทย มีโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ที่มีสัญญาซื้อขายระยะยาว PPA จ่ายไฟให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คือโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี จังหวัดระยอง และโรงไฟฟ้า เอชพีซี ใน สปป. ลาว ที่เป็นกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าสำคัญของไทย
 
บริษัทฯ มีความภูมิใจที่ 2 โรงไฟฟ้านี้ถือเป็นต้นแบบโรงไฟฟ้าที่มีการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือสูง (High reliability) และดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังการผลิต ตามคำสั่งของ กฟผ. (Base load power plant with full capacity dispatch) ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการบริหารต้นทุนการผลิตโดยรวมของประเทศ (Cost effectiveness)
 
 
 
 
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า ด้วยการสนับสนุนจากราคาพลังงานและความต้องการใช้พลังงานในสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาของ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยในปี 2568 คาดว่าราคาซื้อขายไฟล่วงหน้าในตลาด ERCOT สำหรับปี 2568 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากปี 2567
 
อีกทั้ง บริษัทฯ จะมีกระแสเงินสดจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เพิ่มขึ้นกว่า 40% จากปี 2567 รวมถึงการเติบโตของกำไรของโรงไฟ ฟ้าในจีนจากต้นทุนถ่านหินที่คาดการณ์ว่าจะลดลง และรายได้จาก Carbon Emission Allowance
 
ดังนั้นแม้จะมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจหรือนโยบายพลังงานภายในประเทศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนจากการที่บริษัทมีฐานการดำเนินงานในหลากหลายประเทศ ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสริมสถานะการเงินที่แข็งแกร่งพร้อมรองรับการขยายการลงทุนต่อไปในอนาคต และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4%-6% ต่อปี ในขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ยังเติบโตต่อเนื่องโดยเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปี
 
ถึงแม้ในปัจจุบันมีปัจจัยภายนอกที่ธุรกิจพลังงานกำลังเผชิญ อาทิ ความกังวลต่อนโยบายลดค่าไฟฟ้าหรือเรื่องการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก Global Minimum Tax (GMT) ในอัตราขั้นต่ำ 15% จากบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 750 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม สำหรับ BPP นั้น นโยบายลดค่าไฟฟ้าในประเทศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 ดำเนินการอยู่ในต่างประเทศ และโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งที่จำหน่ายไฟฟ้าในไทยล้วนเป็นสัญญาซื้อขายระยะยาว PPA ขณะที่ Global Minimum Tax (GMT) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2568 มีผลกระทบจำกัดต่อ BPP เนื่องจากในประเทศหลักที่เข้าไปลงทุน ทางบริษัทฯ มีการจ่ายภาษีในอัตราที่มากกว่า 15% อยู่แล้ว จึงไม่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้
 
“เราเชื่อว่าธุรกิจพลังงานจะยังคงมีเสถียรภาพค่อนข้างมาก เนื่องจากไฟฟ้าเป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนจำเป็นต้องใช้ รวมไปถึงเทรนด์พลังงานในอนาคตจะยิ่งเสริมให้ความต้องไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตของ BPP จะยังคงมีความยืดหยุ่นไม่ว่าจะอยู่ในสถาน การณ์ใด โดยบริษัทฯ จะมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืน (Balancing Growth and Sustainability) ทั้งยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน” นายอิศรา กล่าวปิดท้าย
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • กลุ่ม ปตท. ปลุกพลังเด็กและเยาวชน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน ในงานวันเด็ก กลุ่ม ปตท. ประจำปี 2569
    10 ม.ค. 2569 20.47 น.
  • กฟผ. จัดเต็มวันเด็ก “Super จิ๋ว No.5” สนุก เรียนรู้ ใส่ใจพลังงานและสิ่งแวดล้อม
    10 ม.ค. 2569 20.30 น.
  • ส.กทอ. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นผู้ขอรับทุนทั่วประเทศ
    09 ม.ค. 2569 10.50 น.
  • ปตท.สผ. พร้อมเป็นพลังเคียงข้างชาวสงขลา สนับสนุน 100 ล้านบาท ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งในช่วงวิกฤตและการฟื้นฟูในระยะยาว
    08 ม.ค. 2569 17.53 น.
  • กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล และเบนซินลง 50 สตางค์ต่อลิตร เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
    08 ม.ค. 2569 16.15 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.